ทางออก ของอาร์แซน เวนเกอร์

อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกๆคนในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
"เซอร์ไพรส์" ในที่นี้ไม่่ได้คือ "ชัยชนะ" ทวงคืนอันดับ 6 เลิกสถิติเลวทรามแพ้นอกบ้านไว้ที่ 4 นัดติดต่อกัน ในเมื่อเทียบประสิทธิภาพมาตรฐานแล้ว "ไม่ชนะ" ถึงเชิญช็อกมากกว่า!
สิ่่งนายใหญ่ชาวประเทศฝรั่งเศสเรียกเสียงฮือฮานั้นคือแผนการเล่นในสนามต่างหาก
เวนเกอร์ จัดตั้งระบบ 3-4-3 โดยวาง ร็อบ โฮลดิ้ง, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แล้วก็ กาเบรียล เปาลิสต้า เล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกันเพื่อหยุดยั้งพลังเกมรุกของ…เอ่อ ทีมอันดับรองบ๊วย
กราบขวาวาง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกฟากเป็น นาโช่ มอนเรอัล กึ่งกลาง อารอน แรมซี่ย์ จับคู่ กรานิต ชาติดอยู่ โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ แล้วก็ เมซุต โอซิล ผนึกกำลังเกื้อหนุน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
บวกกับได้ ปีเตอร์ เช็ก ฟิตคืนเฝ้าเสา พอๆกับว่า เวนเกอร์ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 6 รายจากแมตช์โดนคริสตัล พาเลซ บอมบ์ 3 ตุงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
ชโคดราน มุสตาฟี่ คือหนึ่งเดียวที่หายไปเพราะอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้เข้าข่ายดร็อปตามแท็กติกทั้งในราย เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, เอ็กโคนร์ เบเยรีน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ธีโอ วัลค็อตต์ แล้วก็ แดนนี่ เวลเบ็ค
เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่หนแรกที่คุณลุงเลือดน้ำหอมจัดทีมปืนใหญ่ในแผนหลังสาม–เคยมีมาแล้วจากเกมเยี่ยมดารืบี้ เคาน์ตี้ ช่วงท้ายซีซั่น 1996-97
อนึ่ง ในเกมดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เวนเกอร์ ใช้ โทนี่ อดัมส์, สตีฟ โบลด์ แล้วก็ มาร์ติน คีโอว์น ลงเล่นร่วมกัน โดยกัปตันผู้ถักดีโดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 แต่ทว่ายังบุกชนะด้วยสกอร์ 3-1
เวนเกอร์ ชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับแผนปรับหลังสามในรอบ 2 ทศวรรษว่าเพื่อต่อกรเกมฟุตบอลไดเร็กต์ให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น
"ใช่ นี่คือหนแรกในรอบ 20 ปี นั่นมันชี้ให้เห็นว่าขนาดในวัยอย่างผมก็ยังสามารถเปลี่ยนได้"
"ผมเกิดความรู้สึกว่าควรเพิ่มเสถียรภาพให้เยอะขึ้นในการเล่นบอลยาว เราเจอเกมไดเร็กต์ แล้วก็ถูกลงโทษกันมาแล้ว"
"มันอาจทำให้คู่แข่งขันได้บอลเยอะขึ้น แต่อย่าลืมเกมกับคริสตัล พาเลซ เราครอบครองบอลตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพ้เลย"
แม้กระนั้น โทษฐานที่เป็นครั้งแรก สามผสานข้างหลังบ้านปืนดูมีปัญหาในการปรับจูนเข้าระบบ ปล่อยให้แนวรุกโบโร่ปั่นป่วนสร้างอันตรายพอควรในตอนครึ่งเวลาแรก
แต่นั่นล่ะ…นี่คือมิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมรองบ๊วยที่พกแนวรุก "ห่วยแตก" ที่สุดในลีก
เตะไป 32 นัดเพิ่งยิงได้แค่ 23 น้อยกว่า โรเมลู ลุกาข้า (24) คนเดียวซะอีก!
นับเฉพาะในรังริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ยิ่งหนัก เพิ่งส่องตาข่ายเพียงแค่ 12 เม็ดก่อนลงไปในสนามต่อกรทัพกันเนอร์ส–ไม่ถูกสงสัยเลยว่าน้อชูว่าทุกสมาชิกร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก!
ก็ขนาดครอบครองเกมดูดีกว่ายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รูปเกม 45 นาทีแรกเลยออกมาแบบน่าเบื่อจนกระทั่งแขกจากนอร์ท ลอนดอน มาได้สกอร์ขึ้นนำเอาซนๆ
จุดเกิดเหตุมาจากจังหวะฟาวล์หน้าจุดโทษโดยไม่จำเป็นที่ อดัม เคลย์ตัน ดับเครื่องชน กรานิต ชาติดอยู่ แล้ว อเล็กซิส ซานเชซ ก็จัดการปั่นโค้งตุงตาข่ายสวยงาม
หมดสิทธิ์ป้องกันสำหรับ แบรด ข้าซาน…ต่อให้มือหนึ่งอย่าง บิกโคนร์ บัลเดส ไม่เจ็บลงเล่นได้ก็จนปัญญาด้วยเหมือนกัน

ผู้รับผิดชอบควรเป็น "กำแพง" ยืนนิ่งไม่ยินยอมกระโจนบีบคั้น อีกทั้งยังกระจุกกันไม่มีระเบียบ ขืนโดนปัดหรือชนเสา-คานกระดอนออกมาก็อาจจะไม่แคล้วเจอซ้ำฤษีองเข้าไปได้อยู่ดี
กระนั้นการขาดประสบการณ์ความเข้าอกรู้เรื่องกันในระบบใหม่ได้มีผลในตอนต้นครึ่งหลังเมื่อโดนตีเสมอโดยจำต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งวิงแบ็ก แล้วก็เซนเตอร์
ชอตดัละโมบกล่าว สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทะลุขึ้นมาด้านขวาจากบอลสวนกลับก่อนครอสโค้งเข้าในให้ อัลบาโร่ เนเกรโด้ แหย่เท้าชาร์จตุงตูดตาข่าย
เป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของหอกตัวยืมจากบาเลนเซีย แล้วก็ไม่จำต้องสืบเลย…เนเกรโด้ คนนี้นี่แหละคือตัวท็อปสกอร์ของทีมสิงห์แดง
หลังสกอร์กลับมาเสมอกัน เกมก็เปิดแลกเปลี่ยนกันเยอะขึ้นจนกระทั่ง โอซิล ตะบันในจุดโทษทิ่มมุมเสาแรกก่อนประคองตัวเป็นประตูชัยในบั้นปลาย
หน้าแข้งสิงห์แดงมีลุ้นเสมอได้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้ายเกมที่ อดาม่า ยี่ห้อโอเร่ ตัวสำรองทรงผมขัดใจแม่ ทะลุมาดีถึงจุดโทษก่อนจังหวะท้ายที่สุดซุ่มซ่ามๆจนโดนสกัดพลาดโอกาสทองคำไปเอง
แม้กลายเป็นนักฟุตบอลคนอื่นๆ หรือทีมอื่นที่เด็ดขาดกว่านี้ มีหวังน้ำตาตกในอีกแน่นอน!
เลยยิ่งไม่สนเท่ห์ใจเหตุไร โบโร่ถึงอาการโคม่าคอยวันถอดเครื่องช่วยหายใจแบบนี้
พวกเขาคือสโมสรเดียวในฟุตบอลอาชีพผู้ดีที่ยังไม่ชนะเกมลีกในปฏิทินปี 2017
ฟอร์มการเล่นดูกระเตื้องขึ้นมาบ้างนับจากแต่งตั้ง สตีฟ แอ็กนิว รับช่วงต่อ ไอโคนร์ การานก้า เมื่อเดือนที่ผ่านมา…ไม่นับผลสกอร์กระดาน เกมต่อกรปืนใหญ่นับเป็นทรงบอลที่ดูดีที่สุดและก็ว่าได้
แต่ท้ายที่สุดได้เท่านั้นก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งจำเป็นที่สุดคือชัยชนะเพื่อขยับพื้นที่หนีโซนอันตรายต่างหาก
ถึงจุดนี้ โบโร่มีแค่ 24 แต้มขณะเหลือเพียง 6 เกมท้ายที่สุด พอๆกับว่าจำต้องชนะ 5 เสมอ 1 เพื่อสะสมแต้มถึง 40 ตามมาตรฐานทีมรอดตกชั้น
แล้วไปดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ คอยเจอของแข็งทั้งแมนฯ ซิตี้ (เหย้า, อาทิตย์ 30 เม.ย.), เชลซี (เยี่ยม, จันทร์ 8 พ.ค.) แล้วก็ลิเวอร์พูล (เยี่ยม, นัดรูดม่าน อาทิตย์ 21 พ.ค.) จะรอดมั้ยล่ะครับ!
กลับกันทางด้าน "กูนเนอร์ส" ได้พบบทสรุปเกมแบบหน่วงๆจากทริปเยี่ยมครั้งไซด์
ไม่ถึงกับสุข ไม่ถึงกับเศร้าในขณะเดียวกัน
อย่างไร 3 แต้มล่้ำค่าย่อมน่าดีใจ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อทีม รักษาความมุ่งมาดแย่งอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งเวลานี่้ตามทีมเรือใบ 7 แต้มแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด
ต่อเมื่อผลงานในสนามยังไม่อาจมอบอารมณ์อุ่นใจใดๆก็ตามไร้ซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้น
เอาชีวิตรอดด้วยประสิทธิภาพผู้เล่นที่ดียิ่งกว่าซะมากกว่า
เกมรับถูๆไถๆไม่เสีย 3 ประตูนอกรังเป็นนัดที่ 5 ต่อเนื่องกัน แม้แต่ลงลึกดูสถิติแล้วน่าห่วงอยู่ดี
ไม่เชื่อก็จำต้องเชื่อว่าทั้ง กอสซิแอลนี่, กาเบรียล แล้วก็ โฮลดิ้ง ต่างเข้าแท็กเกิลรวมกันเป็น "0" ตลอดตอนFun8860 นาทีแรกของเกมนอกจากได้สังสรรค์ชัยกลับไปอยู่บ้านยังมีอีกเรื่องให้น่าดีใจสำหรับชาวกูนเนอร์สจาก "ภาษากาย" ของ อเล็กซิส ซานเชซ
ตลอดฤดูที่ผ่านพ้นมา สตาร์ทีมชาติประเทศชิลีแสดงท่าทางไม่เป็นที่สบอารมณ์ในสถานการณ์ทีมอยู่เสมอ ท่ามกลางข่าวโคมลอยโยงใยจัดเตรียมหาทางอำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในตอนซัมเมอร์
อย่างไรก็ดี ท่วงท่าพอใจหลังปั่้นฟรีคิกตุงตาข่ายได้ชี้ว่า อเล็กซิส ยังพอเพียงมีใจ พกอารมณ์ร่วมกับต้นสังกัด จากการเข้าสวมกอดสัมผัสมือกับบรรดาทีมเมต
ไม่แค่นั้นยังยิ้มแป้นแล้นหลังจบแมตช์ พร้อมเข้าไปเฉลิมฉลองกับกรุ๊ปแฟนบอลทีมเยี่ยมอีกต่างหากภาษากายในครั้งนี่้้อาจไม่พอหว่านล้อมให้แฟนคลับอุ่นใจเรื่องย้ายทีมได้ แต่ทว่าสำหรับ เวนเกอร์ อย่างไรก็น่าดีใจที่สมาชิกคนเก่่งทุ่มเทเค้นฟอร์มเพื่อทีมอยู่

ศึกช้างที่แมนเชสเตอร์

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันคือความผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ในขณะที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นกับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คคราวหลังจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดหมายของพวกเขาเด่นชัดยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในตอนนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เนื่องจากว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วดูจากจำนวน…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าเสียใจและก็ท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมมิได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น ออกลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกึ่งกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกมิได้
เป๊ป ถูกเสนอคำถามว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกคือความต้องการหรือไม่ต้องไปใช้กึ่งกลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้นคือดินแดนกึ่งกลางแพ้ราบคาบดินแดนกึ่งกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ๋ยถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่จากเกมครึ่งแรกไม่มีใครคิดว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนคิดว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มหากออกมาทรงนี้ ความเชื่อมั่นมันก็สวนทางกัน…สิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆมิเช่นนั้นโดนกระหน่ำเละ
เกมดูดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นแปลกตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้ช่องทางเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และก็ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่มิได้ช่วยคุ้มครองปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ข้อความสำคัญคือเกมรุกยังพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าพอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับปรุงแก้ไขและก็พร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว และก็เมื่อดูภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ ดินแดนกึ่งกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า ก็เลยเป็นทีมที่คล้ายกับลิเวอร์พูลคือ…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับแย่ รุกพอใช้ แบบงี้ช่องทางบรรลุเป้าหมายมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเราเห็นคือประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์อาจยาก เนื่องจากว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดข้อสำคัญในทีมไป เหมือนกันกับทีมที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่สบโอกาสบรรลุเป้าหมายลดลง
เป๊ป ยอมรับหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้สมาชิกเล่นแบบดุดัน นิสัยไม่ดี และก็มีเกมรุกที่ดีพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แต่ว่ามั่นใจว่าในใจคงมีหลายคนที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังในขณะนั้นต้องการฟูลหามใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอฟ หรือกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรเยอะมาก แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่หรูหรากว่าเขา หากคาดหวังให้เขาคุมหลังผู้เดียวในตอนนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับค่อนข้างสูง ในขณะที่ดินแดนกึ่งกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกถือว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ในขณะที่ สิลบา ปีต่อไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วเมื่อยล้า…มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปครองแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเงียบๆไม่ฮือฮาราวกับตอนซัมเมอร์ ที่มีหวังเยอะมากหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก และก็เหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ ผู้ดำเนินรายการรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี มากมายข้อความสำคัญที่สำคัญสุดเขาพูดว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมมากสำหรับประโยคนี้ และก็มันไม่ต้องขยายความว่าอะไรถึงแม้ว่าจะเยอะมาก
"ผมรู้สึกว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะมานะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ และก็สิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆในตอนนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันแตกต่างจาก 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้เด่นชัดในหัวข้อนี้ เขากำลังสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหมายระดับค่อนข้างสูงและก็ต้องมานะประพฤติตนแบบจมให้ลง เนื่องจากว่ามันจะเข้าข่ายกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกอย่างงั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาดำเนินงานกับสโมสรที่น่าโศกเศร้าใจ"อันนี้ว่าคนใดกันนะ…ลองอ่านกันดู เอาสำคัญๆคือเขาพูดว่า "หากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และก็ ดินแดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้บางทีอาจได้รับความรู้สึกเชิงมีความขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเนื่องจากว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่ทีมตกลงไปจากเดิม ในขณะที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความรู้สึกชื่นชมยินดีเยอะมากนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่เชิงแทกติกแล้วแนวทางการขาย เวลเบค และก็ ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ติดอกติดใจ และก็เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด และก็ ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาดังเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าหาก มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมและก็ใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า หากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งพวกเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเนื่องจากว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันและก็การจัดทีมลงเล่นทุกอาทิตย์พอจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมารยาทและก็มืออาชีพมากพอที่จะไม่กล่าวถึงและก็มันไม่ควรเอ๋ยถึง แต่ว่าผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีและก็แฟนบอลทั่วๆไปต้องติดอกติดใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อดึงดูดนักฟุตบอลมาร่วมทีม"
เขาเอ๋ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ กรุงปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนตุส และก็ มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปหากนักฟุตบอลคิดถึงหัวข้อการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และก็เขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆหากนักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเนื่องจากว่าทีมมิได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่มิได้นักฟุตบอลแบบงี้มาร่วมทีม
เอาง่ายๆว่า นักฟุตบอลจะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด ด้วยข้อตกลงเดียวคือเนื่องจากว่านี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงนะครับ…การพูดแบบงี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันคือหลักการทำงานของ มูรินโญ และก็ผมมั่นใจว่าโค้ชทุกคนต้องมีแนวทางแบบงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่ต้องการนักฟุตบอลที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , ศักดิ์ศรี หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…เนื่องจากว่าตอนท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดระยะเวลา ไม่สามารถดึงนักฟุตบอลที่มีความรู้และมีความเข้าใจและก็มีจิตใจต้องการบรรลุเป้าหมายกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ในขณะที่ เป๊ป พูดว่าไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมดังที่เขาต้องการได้ และก็ทีมอาจควรจะมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียงแต่ มูรินโญ มีหลักการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักฟุตบอลที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเนื่องจากว่านี่คือแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด"       

สุดมันส์ หงส์ vs สเปอร์ส

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆครับผม…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าวสาร มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและก็นัดหมายปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนกระทั่งแฟนหงส์เองยังส่ายหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "ผู้นำฝูง" ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ไม่พลาดท่าอะไรง่ายๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าคนใดกันแน่หนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสนามพวกเขามีโอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 เนื่องจากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด หากว่าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าจังหวะเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ภูติผีแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดียิ่งกว่านั้นเป็นชั้นสี่หากอาร์เซนอลในตอนหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ ติดอยู่บ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเป็นต่อด้อยกว่ามากนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมลุยเพื่อชัยชนะ เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ หากไม่เหนือกว่ามากนัก วางแทกติกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเหมือนกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะด้อยกว่าทีมใหญ่มีเรื่องเดียวเป็น "ความเสมอต้นเสมอปลาย" อันเกิดขึ้นจากศักยภาพของทีมแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้เป็นความแตกต่าง แต่หากเปรียบเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติกอย่างนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เหมือนกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนกระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลปรับปรุงจนถึงสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่หากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของทีมได้ชัดเจน และก็พวกเราก็มองเห็นกัน…
ครั้งนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังประจันหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ได้มีความแตกต่างจากสมัย เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับตั้งแต่ปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังแพ้คนใดกันแน่ในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน และก็ผลงานที่เลวที่สุดนับตั้งแต่หมดสมัยของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ทีแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ทีแรก แต่พอเพียง 13 ครั้งแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำผู้นำฝูงและก็ปฏิบัติตนเป็นทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความปรารถนาให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….หากจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นน้อยกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมมีความคิดว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากว่าความจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็วัตถุประสงค์เดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามจริง…อย่างที่พวกเรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดการณ์และก็จัดแถวเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และก็การลุ้นยากลำเค็ญเหมือนที่้คาดคิดกันเอาไว้ตั้งแต่แรก และก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะถึงที่กะไว้สี้ไหม และก็จำต้องแย่งชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ลำดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะแก้ไขปัญหายังไงในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อเกมรุกตีบตัน ทำอะไรคู่แข่งมิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้โดยทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่เพิ่มขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกติก" เกมรับของคู่แข่งในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่มากมาย บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสซิง เนื่องจากว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…เป็นมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นเป็นพอเพียงหาทางเข้าจุดโทษมิได้ รวมทั้งไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากว่าข้างหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันมิได้ ก็โดนลงโทษโดยทันที ทำให้ทีมแพ้ติดๆกันมานับตั้งแต่ปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งปัญหาและก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนโค้ช

แฟนบอลยุคสมัยใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…อึกทึก จะเปลี่ยนโค้ช อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับผม…พวกคุณเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องวิจารณ์อะไรมากมาย…และก็พวกเราก็ยังไม่รู้ว่าบอสเจเค จะแก้ไขปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เนื่องจากว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ มีจุดแข็งคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่ย้ำเกมรับ

นั่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แต่จะได้ผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้ท้อใจและก็ขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองไปมากมาย

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาสมควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเหมือนกัน

หากถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหวังอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เนื่องจากว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ๋อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลง่ายๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นประตูเข้าไปหรือเปล่า

จุดบอบบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไม่มีเหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่ย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆอาทิเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานคราวปีคราว จะโหม่งได้ประตู

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากถูกจับทางได้ และก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายไม่มีมากนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันก็แค่…สเปอร์ส มีดียิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า รากฐานตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้กำเนิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปโดยทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

หากเปรียบเทียบกันแล้วตอนนั้น จุดด้อยของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมเป็น "ขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ จังหวะบกพร่องมีสูง จังหวะแพ้มีมากมายก่ายกอง จังหวะชนะมีน้อยโดยทันที

ด้วยเหตุนี้…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ไขปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และก็กรรมวิธีการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ มึนๆเงอะงะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอทีมในกลุ่มทอป 6 จำต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแต่งอะไรนั้น ผมว่ารอดูข้างหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และก็ไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกประการในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

ลุ้นกันไปกับไก่เดือยทอง

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ช่วงค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีบีบคั้นบางส่วนตกดึก เมื่อจำต้องเยือนบอร์นมัธ
ชัยปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อม.ค.เป็นต้นมาและก็ตารางชั้นของพวกเขาคือผู้นำฝูงในตอนนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้ปริศนาคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แต่ในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาโดยมากคือชนะ เกมปัจจุบันก็เช่นกันนี่คือเกมลำดับที่สามหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จุดหนึ่งที่เชลซีเพียงพอมีปัญหาให้เรามองเห็นคือช่วงหลังเสียประตูบ่อยมากนะครับ
อันนี้จำต้องดูว่า 7 นัดสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมยังไงเพื่อลดการเสียประตู และลดความกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือและก็เป็น title to loseทุกสิ่งอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มเปรมคือผลงานของทีมที่เกิดขึ้นตอนที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บและก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีมาก
คู่ฟูลหามเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ถางเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง และก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มต่อเนื่อง
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นเยี่ยมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำต้องจำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสเปอร์สคือทีมที่มีทั้งผจก. และก็นักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในทีมผู้ใดกันแน่จำได้บ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงแค่ขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเพียงแค่นั้น เนื่องจากไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนก็เลยตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลและก็เชลซี ในขณะนี้….มันสมควรถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อใดจะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะคราว
ในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตว่ากล่าวโนแฟนสเปอร์ส เพียงพอจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ คว้าชัยชนะน่าพิศวง ของลีกไปครองเช่นกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ เพียงพอช มันมีความเจริญก้าวหน้า
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันเจริญ ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จำต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนถึงทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา และก็ปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดปัจจุบัน โปเชตว่ากล่าวโน จัดทีมตามแทกว่ากล่าวก และก็ "แนวคิด" ของเขากระจ่างแจ้งเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่แข่งอย่างวัตฟอร์ด ที่มาย้ำรับชัวร์ๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนสำหรับการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว วินเซนต์ แยนเซน ก็เลยจำต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่เกื้อหนุน แยนเซนเป็นคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี และก็ ชอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมดินแดนสุดท้าย
แยนเซน บางทีอาจจะถูกเหน็บแนมว่า…กองหน้าไม่มีสกอร์ เนื่องจากพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่คงไม่ช่วยอะไรหากไม่สามารถที่จะปรับพฤติกรรมเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติภารกิจค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ หากดูจากเกมที่เกิดขึ้น เนื่องจากเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายนามเป็นผู้ทำคะแนน แต่เขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีข้ออ้าง ศูนย์หน้า จำต้องยิงประตู จะสร้างช่องทาง หาช่องทาง อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆเจริญ
นี่คือปัญหาของ แยนเซน แต่สำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตว่ากล่าวโน และก็เขาได้โอกาสนั้น เขาจำต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่เขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งช่องทางทองไป…แต่แนวคิดของ เพียงพอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติภารกิจได้ค่อนข้างจะดี สลับหมุนเวียนกันวิ่งไปมาหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนถึงสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีงดงามเป็นอย่างมาก
รับบอลจาก ชอน เฮือง มิน หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นและก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเออร์ และก็ปิดด้วย ชอน เฮือง มิน นอกเขตโทษอีก
แผนของ เพียงพอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนติดเส้น 18 หลา ดินแดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลมากไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เนื่องจาก แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแนวทางณ์ของ โปเชตว่ากล่าวโน หมดแล้ว ลูก 4 และก็การลงไปในสนามของ แฮร์รี เคน คือของสมนาคุณว่าสมรรถนะของสเปอร์ส ขณะนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือทำให้เกิดผลเสียต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
หากดูจากผลงานตั้งแต่ขั้นแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 และก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่หลังจากเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นิ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มเหมือนเดิม

หากจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินและก็น่าพิศวงเหลือเกินหากเชลซีจะแพ้ผู้ใดกันแน่ 3 นัดใน 7 นัดสุดท้าย เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายยิ่งกว่าและก็มีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดบางทีอาจง่อนแง่นต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่ๆ เนื่องจากมันจะหายไป 6 แต้ม แต่ช่วงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ทราบล่ะช่วงไหน สเปอร์สจำต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อใด ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายยิ่งกว่า และก็ช่องทางจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่เมื่อห่างกัน 7 แม้ดูยากแต่ยังคงมีหวังอยู่นะครับ ไม่ได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติภารกิจของตนเองคือชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตว่ากล่าวโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง…แต่ณ จุดนี้มันคือความเจริญก้าวหน้าครับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมทีมจริงแต่ไม่ทุ่มทุนบ้าบิ่นราวกับทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่พอดี ผู้ฝึกสอนก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเติมการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากแนวทางที่เดินมาถูกต้องแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปขายหน้าเสมอง่าย และไม่เก็บชัยต่อเนื่อง ทำให้การลุ้นแชมป์ก็เลยขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดสุดท้าย ก็จำต้องลุ้นถัดไปครับ

11 นัดสุดท้าย

เสียงแผดเสียงแฟนบอลเชลซีดังกระหึ่มสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือนั่นคือจุดหมาย"

พูดแบบงี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับผม

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากว่าพวกเขามีทีมตัดแต้มอย่างต่ำปีละ10 นัด

สหายๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นเสียแต่เจอศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เยอะที่สุด 118 ครั้ง เยอะที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัด แล้วก็นี่อาจเป็นเหตุผลหลักยุค โชเซ มูรินโญ เข้ามาปฏิบัติงาน

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ เสียก่อน

เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส ก่อนหน้ามีฟูแล่มแถมมาอีก เดี๋ยวนี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มรวมทั้งเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งทิศตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนทางเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจจะคิดภาพออกครับ

โดยเหตุนั้น 8 นัดใน 4 กลุ่มที่จำต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งสิ้น 15 แต้มจากชัย 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แม้กระนั้นแพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ เท่ากับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมสุดท้ายในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มคราว Tagged

เชลซีสะดุดนิดหน่อย

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้โดยทันที สถานะการณ์ในขณะนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเสมอกันเป็นทีมสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าแข่งตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมกันคืนวันพุธ …เป็นหากสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะมีผลให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่เมื่อโปรแกรมออกมาแบบนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และแมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงในสนามนัดหมายนี้ก็มีความกดดัน ความเครียดกันบ้าง หลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจเจอทีมใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แต่เอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากมายเลย และเชลซี ก็ไม่จะต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอคอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายเสียยิ่งกว่า
หากย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจจะโทษคนใดมิได้เว้นเสียแต่เกมรับของตัวเองที่ เสียสมาธิและคลอดประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินไป
ทั้งเกมเชลซีได้โอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมแบบนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ ต้องปรับก่อนจัดการกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตัวเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันเป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้จักเนื้อรู้ตัว
ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ ควรต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เนื่องจากว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ ล้นหลาม ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาตำหนิชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจควรต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร และ เอแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับนิสัยผู้เล่นในแดนกลางเพียงแค่นั้น ผมเดาจิตใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เนื่องจากว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาตำหนิช

การเล่นจังหวะสวนกลับแบบนี้ ฟาเบรกาส มีสาระ เนื่องจากว่ายังไง แมนฯซิตี้ ไม้่มีช่องทางและทีมเป๊ป อาจจะต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน หากถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ต่อให้บุกเข้าหายิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีมากเพิ่มขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนใดลงในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงในสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้แดนกลางอาจควรต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในขณะนี้ลอตเตอรี่ในเกมรุกจะไปออกที่คนใดต้องนั่งมอง
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม และ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม หากให้เดาจิตใจ เป๊ป คงจะพัก ซิลบา เนื่องจากว่าตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องด้วยเกมนี้ต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมแดนกลางนั้นเองนะครับ
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป อาจจะเฝ้าบ้านมิได้ละครับ ต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เนื่องจากว่าพวกเขาอยากชัยชนะมากยิ่งกว่า อยากยิงประตู หากมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอคอย
เป๊ป คงจะเน้นเกมพาสซิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุนี้จุดนี้จึงเป็นการฉกชิงพื้นที่แดนกลางว่าคนใดจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของซิตี้เป็นเดอ บรอยน์ และจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย ควรต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันดุเด็ดเผ็ดร้อน และเกมมีแนวโน้มจะออกมาดุดันอย่างไม่ต้องสงสัยหากเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีมากกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่สิ่งที่น่าวิตกเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะจัดการกับ คอสต้า และ อาซาร์ ได้อยู่ โน่นแล้วก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา เร็ว จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แต่เกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่เกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ และรัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อดูมายังเกมรับของตัวเองที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
การันตีว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆนะครับ แล้วหากเสียก่อน ผมเชื่อว่าท่องเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว โน่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่คราวนี้หากเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดเป็น เป๊ป จะมีผลให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมมากที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วต้องเห็นด้วยว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุนี้ เป๊ป ต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อจัดการกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งหมด

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมคิดว่าอาจจะไม่มีชะตาชีวิต หรือการตัดสินผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกตำหนิกของผู้ฝึกสอนสองฝั่ง และผมเห็นว่า คอนเต้ ต้องจี้จุดบอดแมนฯซิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง และตอกย้ำความหละหลวมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกลุ่มทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสำหรับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังหละหลวมขนาดนี้ ต่อให้พื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้

 

ช่างปั้น”คริสเตียโน โรนัลโด้”ป้องผลงานตัวเองหลังเจอแขวะเพียบ

คนปั้นรูปโรนัลโด้ที่สนามบินออกมาปกป้องผลงานตัวเองหลังเจอกระแสรุมแซวจากทั่วทุกสารทิศ

เอมานูเอล ซานโตส คนปั้นรูป โด้W88ออกมาปกป้องผลงานของตัวเอง หลังแฟนบอลมากมายพร้อมใจกันแซวรูปปั้นของเทพแข้งราชันย์ ชุดขาว
 

ซีอาร์เซเว่น ได้รับเกียรติจากบ้านเกิดเปลี่ยนชื่อสนามบินบนเกาะมาเดย์ราเป็น"คริสเตียโน โรนัลโด้ แอร์พอร์ต" โดยเจ้าตัวเพิ่งเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวชื่อใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี หลายคนกลับล้อรูปปั้นของดาวยิงราชันย์ ชุดขาวที่สนามบิน หลังมองว่ามันไม่ค่อยเหมือนตัวจริงของนักเตะ ทำเอาเจ้าของผลงานที่ใช้เวลาสร้างรูปปั้นนี้ 3 สัปดาห์ ต้องรีบออกมาเคลียร์ชัดในประเด็นนี้

"โรนัลโด้แค่ขอให้เปลี่ยนรอยตีนกาตอนที่เขากำลังหัวเราะเท่านั้น" ซานโตส กล่าวผ่าน Globo
"เขาบอกว่ามันทำให้เขาดูแก่ขึ้น เขาขอให้ช่วยลดรอยตีนกาให้บางลงเพื่อให้ดูร่าเริงขึ้น แต่พวกเขา(โรนัลโด้กับพี่ชาย)ยังให้งานชิ้นนี้ตั้งโชว์ต่อไป"

"มันขึ้นอยู่กับรสนิยมนะ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น สิ่งสำคัญคือผลสะท้อนที่งานชิ้นนี้สร้างขึ้น"

"มันมีความแตกต่างเกิดขึ้นเสมอ ผมเตรียมพร้อมรับมือสำหรับเรื่องนี้แล้ว"

เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน น้ากี้

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เหี่ยว นายใหญ่ของปืนใหญ่ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ซิเมโอเน่ กุนซือ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากเดอะกันเนอร์

 

บาร์ซ่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสแปนนิชเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน กองหลังความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

กองหลังวัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสังกัดเดอะกันเนอร์ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว

ผอ.กลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้ดอร์ทมุนด์

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด ดาวเตะอนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสังกัด

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับดาวเตะตัวเก่งต่อไป